หัวข้อ:ตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง


ตากุ้งยิงสามารถพบได้ทุกอายุ ทุกเพศ เป็นการอักเสบของหนังตา ถ้าอักเสบที่ขนตา(hair follicle) เรียก ตากุ้งยิงชนิดภายนอก ถ้าอักเสบที่ต่อมไขมันที่เปลือกตาเรียก ตากุ้งยิงชนิดภายใน



 
 
 
 
 
ตากุ้งยิงชนิดภายนอก

 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
ตากุ้งยิงชนิดภายใน


 
 
 
 
 
 
  
 
 
 

อาการ


มีก้อนที่เปลือกตา เจ็บเพียงเล็กน้อย จนถึงปวดหนังตา กรอกตาหรือหลับตาจะทำให้ปวด บางคนมีอาการบวมที่เปลือกตา ถ้าปล่อยทิ้งไว้ต่อไปก้อนนี้จะเป็นหนองและแตกเองได้ บางคนบวมมากจะตาปิด บางคนหนองไหลออกจากเปลือกตา

 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความเชื่อผิดๆเรื่องการเป็นตากุ้งยิง

เรื่องการแอบมอง
: ไม่มีความเกี่ยวข้องของการเป็นตากุ้งยิงและการแอบมองแต่อย่างใด


เรื่องการใช้สายตา เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ เล่นเกม นานๆ
: อันนี้ อาจมีความเกี่ยวข้องโดยอ้อม เนื่องจาก เวลาใช้สายตามใช้สมาธินานๆ จะทำให้กระพริบตาน้อยลง ตาจะแห้ง ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย อาจเป็นสาเหตุให้ต่อมไขมันอุดตันและติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ สำหรับบางคนที่เป็นบ่อยๆ และไม่ทราบสาเหตุ ก็ลองทบทวนดูละกันค่ะ



สาเหตุที่ทำให้เกิดกุ้งยิง

กุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บางรายเกิดเนื่องจากมีการอุดตันของต่อมเปลือกตานำมาก่อน แล้วเกิดการติดเชื้อมีอยู่ปกติในบริเวณนั้นตามมา เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกุ้งยิงส่วนใหญ่ได้แก่ เชื้อสแตพไฟโลคอคคัส ต้นเหตุที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ได้แก่

  • เปลือกตาไม่สะอาด มักเกิดจากการขยี้ตาบ่อยๆ
  • ใช้เครื่องสำอาง แล้วล้างออกไม่หมดหรือล้างไม่สะอาด
  • ใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ด้วยมือไม่สะอาด

การรักษา

กุ้งยิงในระยะแรก ซึ่งมีลักษณะแบบเปลือกตาอักเสบ ยังไม่มีหนอง รักษาโดยการประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที เป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม เจ็บ และเป็นการทำให้รูเปิดของต่อมเปลือกตาไม่อุดตัน ในขณะทำการประคบให้หลับตาไว้ การใช้ยา ควรได้รับการตรวจตาและสั่งยาโดยแพทย์ ยาที่ใช้มักเป็นยาปฏิชีวนะหยอดตา ป้ายตา และบางรายอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรับประทานร่วมด้วย กุ้งยิงที่เป็นประมาณ 2-3 วันขึ้นไป ถ้ายังไม่ดีขึ้น มักจะมีหนองอยู่ภายในก้อน จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อเจาะและขูดเอาหนองออกและใช้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 3-5 วัน หรือจนกว่าจะหายอักเสบ ในบางรายอาจเป็นซ้ำได้ถ้าหนองออกไม่หมด หรือการอักเสบยังไม่หายดี หลังจากเจาะกุ้งยิง แพทย์มักปิดตาข้างนั้นไว้ เพื่อไม่ให้เลือดออก และช่วยลดอาการบวมประมาณ 4-6 ชั่วโมง ท่านไม่ควรขับรถในช่วงนั้น เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้ามีอาการปวดเจ็บบริเวณที่เป็น ให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ไม่ควรบีบหนองที่เปลือกตาเอง เพราะอาจทำให้อักเสบมากขึ้นได้



 
 
 
 
 
 
 
 


กุ้งยิงเป็นแล้วทำไมเป็นอีก

กุ้งยิงไม่ว่าชนิดไหนเป็นแล้วอาจเป็นอีกได้ แต่จะเป็นตำแหน่งใหม่ ไม่ใช่ตรงที่เดิม หมายถึงเกิดการอักเสบที่ต่อมข้างเคียงต่อมอื่น หรือนัยน์ตาอีกข้าง เพราะมีการติดเชื้อซ้ำสองหรือสาม แล้วแต่การปฏิบัติตัว การรักษาความสะอาด หรือการรักษาสุขภาพร่างกาย ว่ามีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานมากน้อยแค่ไหนประกอบกันด้วย ถ้าภูมิคุ้มกันต่ำโอกาสเป็นซ้ำหรือเป็นๆหายๆย่อมมีได้เสมอ หรือเป็นคนที่ไวต่อเชื้อสแต็ฟฟีโลค็อคคัสที่ปะปนมากับอากาศ ฝุ่นละออง หรือน้ำล้างหน้าเพียงเล็กน้อย คนที่เป็นแล้วเป็นอีกนั้น แสดงว่าในช่วงนั้นอาจเป็นระยะที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนเพลีย หรือไวต่อการติดเชื้อมาก หรือปฏิบัติตัวไม่สะอาดเพียงพอดังกล่าวแล้ว


การป้องกัน

  • ดูแล รักษาความสะอาดบริเวณเปลือกตาและใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณเปลือกตาหรือขยี้ตาบ่อยๆ
  • รักษาตั้งแต่เริ่มเป็นเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้การอักเสบเป็นมากขึ้น
  • ให้ล้างมือบ่อยๆ
  • งดทาเครื่องสำอาง
  • หลีกเลี่ยงการใส่ contact lenses

กุ้งยิง เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งอาจป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้ ถ้าระมัดระวังในเรื่องของสุขอนามัย กุ้งยิงไม่ใช่โรคร้ายแรง โดยทั่วไป มักรักษาให้หายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ในกรณีที่กุ้งยิงเป็นนานผิดปกติหรือเป็นซ้ำบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

Post by:พญ.สุภิญญา พันธ์ธนวิบูลย์

วันที่: 2013-12-24 เข้าอ่าน(4,769)